Posted by siriporn | Under Uncategorized
Friday Dec 12, 2008
เรื่องที่หลายคนเคยได้ยินได้ฟังมาว่าบัตรเดบิต Be1st ของธนาคารกรุงเทพนั้นใช้ Verify กับ Paypal ได้ ก็ใช้ได้จริง แต่ใช้ได้แค่การ Verify เท่านั้นจริงๆ แต่ใช้ซื้อของผ่าน Paypal ไม่ได้ บัตรจะถูกการปฏิเสธจากร้านค้าออนไลน์ทุกที่ แม้ว่าคุณจะใช้ผ่านทาง Paypal ก็ตาม
ขอขอบคุณข้อมูลจาก หนังสือ Paypal ธนาคารออนไลน์ เพื่อการซื้อขายอย่างได้เปรียบ
Posted by siriporn | Under Uncategorized
Friday Nov 28, 2008
จุดเด่นในการประกอบธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของ Paypal คือ การประกอบธุรกิจที่สามารถหาช่องว่างของตลาดการโอนและชำระเงินระหว่างบุคคลกับบุคคล โดยการใช้อีเมล์เป็นสื่อกลางในการแจ้งการทำธุรกรรมแต่ละครั้งให้ลูกค้าทราบ ซึ่งทำให้บริษัทสามารถให้บริการลูกค้าได้สะดวกและรวดเร็วกว่าการให้บริการแบบเดิมที่เป็นการชำระเงินด้วยเงินสด การใช้เช็คการโอนเงิน และการใช้บัตรเครดิต
จุดเด่นอีกประการหนึ่งของ Paypal คือ การคิดอัตราค่าบริการของ Paypal อยู่ในอัตราที่ต่ำกว่าค่าธรรมเนียมบริการของบัตรเครดิตซึ่งอยู่ที่ประมาณร้อยละ 3 ถึง 5 ของมูลค่าที่ชำระเงิน และค่าธรรมเนียมบริการโอนเงินของธนาคารซึ่งคิดค่าบริการขั้นต่ำอยู่ที่ 10 ดอลลาร์สหรัฐฯ
นอกจากนี้ Paypal มีวิธีการหาลูกค้าโดยการกระจายสมาชิกจากผู้ส่งเงินไปสู่ผู้รับชำระเงินอย่างเป็นลูกโซ่ โดยกำหนดให้ผู้ที่จะ รับเงินจากผู้ส่งในระบบต้องเป็นสมาชิกของ Paypal
เท่านั้น ซึ่งทำให้ Paypal มีจำนวนสมาชิกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://ptc.icphysics.com
Posted by siriporn | Under Uncategorized
Monday Nov 17, 2008
ใช้บัญชี PayPal มากกว่า 1 ประเภท เพื่อช่วยหลีกเลี่ยงค่าธรรมเนียม
ก็ไม่แปลกอะไรที่คุณจะเปิดบัญชีพร้อมกันหลายประเภท ตราบใดที่ข้อมูลบัตรเครดิต และบัญชีธนาคารซึ่งใช้กับ PayPal ของคุณในบัญชีแต่ละประเภทไม่ตรงกัน
เพื่อไม่ให้เสียค่าธรรมเนียมมากเกินไป คุณอาจจะใช้ Personal เอาไว้รับเงินส่งเงินระหว่าง PayPal ด้วยกัน แบบเล็กๆน้อยๆไม่เกิน $500 USD ต่อเดือน และเอาบัญชี Permier มาใช้
ในยามที่ต้องรับส่งเงินมากๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการโดนหักค่าธรรมเนียมจากการรับเงินให้น้อยที่สุดเท่าที่ทำได้
Posted by siriporn | Under Uncategorized
Thursday Nov 13, 2008
|
Paypal เป็นระบบชำระเงินออนไลน์ที่มีคนนิยมใช้ที่สุดในโลก โดยถ้าเพื่อนๆ จะซื้อหรือขายสินค้าผ่านระบบออนไลน์กับคนทั้งโลก จะต้องสมัครเป็นสมาชิกของ PayPal ที่เป็นเช่นนี้เพราะ หากเราใช้ธนาคารแบบธรรมดา ก็จะซื้อหรือขายสินค้าได้เฉพาะในเมืองไทย ดังนั้น PayPal จึงทำหน้าที่เสมือนเป็นตัวกลางในการทำธุรกรรมทางการเงินแบบสากลนั่นเอง
หากใครที่อยากขายสินค้าบนอีเบย์ ก็ต้องมี PayPal สำหรับวิธีการสมัคร คุณจะต้องมีบัตรเครดิตก่อน จากนั้นก็เข้าไปลงทะเบียนสมัคร PayPal (www.paypal.com) จากนั้นให้ยืนยันอีเมล์ที่ได้สมัครไว้ (แนะนำใช้ Gmail จะดีที่สุดในการสมัครครั้งแรก) หลังจากนั้นระบบจะตัดเงินจากบัตรเครดิตจำนวน $1.95 เพื่อทดสอบว่าบัตรเครดิตที่เรากรอกไปนั้นใช้งานได้จริง โดยจะคืนเงินให้เรา เมื่อมีการทำธุรกรรมเกิดขึ้น
ทาง Paypal นั้นได้กำหนดกฎไว้ในการเสียค่าธรรมเนียมดังนี้ ในกรณีสมัครแบบ Premium และ Business ทุกครั้งที่มีการรับเงินจะต้องเสียค่าธรรมเนียมให้กับ PayPal กรณีรับเงินภายในประเทศด้วยกัน จะเสียค่าธรรมเนียม 3.4% + $0.30 โดยทุก $100 ต้องเสียค่าธรรมเนียมให้กับ PayPal จำนวน $3.70 หากรับเงินจากนอกประเทศ จะเสียค่าธรรมเนียม 3.9% + $0.30 โดยทุก $100 ต้องเสียค่าธรรมเนียมให้กับ PayPal จำนวน $4.12
ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.tlcthai.com/
Posted by siriporn | Under Uncategorized
Wednesday Nov 5, 2008
Social Shopping คือ ร้านขายของออนไลน์ที่มีการนำกลยุทธ์ทางด้าน e-commerce มาใช้ผนวกรวมกับเครื่องมือด้าน Social network ในการสร้างกลุ่มและเครือข่ายในการค้าขายสินค้ากัน โดยที่ทุกคนในกลุ่มสามารถสร้างลิสต์ความต้องการได้โดยการ แสดงรายชื่อสินค้า ราคาสินค้า หรือรายละเอียดของสินค้าที่ต้องการขาย หรือซื้อไว้ เมื่อเพื่อนๆ ในกลุ่ม Social Network เข้ามาเจอก็จะทำการติดต่อกับคุณด้วยตนเอง
โดยมีกลยุทธ์การขายดังนี้
ผู้ซื้อจะแสดงรายการสินค้าที่ต้องการซื้อ
ส่วนผู้ขายเมื่อพบว่าผู้ซื้อต้องการอะไรก็จะดูว่าตนมีสินค้านั้นหรือไม่
ถ้ามีก็จะบอกผู้ซื้อแล้วก็คุยกันเรื่องการซื้อ ขาย
ถ้าไม่มีก็จะส่งประกาศต่อไปให้เพื่อนที่ขายสินค้าดังกล่าว
“Social shopping can also exist in the real-world”
ความสำเร็จของการใช้ Social Shopping ในต่างประเทศมีอัตราการเติบโตตลอดปีเพิ่มขึ้นถึง 447% จากปีก่อน
ทีนี้เรามาดูสถิติของ 17 Social Shopping Site ในต่างประเทศ
จำนวน Monthly Traffic
1. Amazon = 51,300,537
2. Epinions = 3,380,748
3. Kaboodle = 2,564,972
4. Etsy = 1,593,789
5. Stylefeeder = 527,284
6. StyleHive = 504,689
7. Buzzillions = 356,090
8. ThisNext = 324,207
9. ShopStyle = 216,733
10. ShopWiki = 213,194
11. Glimpse = 90,827
12. Wists = 65,877
13. Zebo = 49,402
14. Osoyou = 12,716
15. Reevoo = 10,571
16. Crowdstorm = 3,118
17. Wishpot = 3,072
เป็นอย่างไรกันบ้างครับ สถิติ Traffic ในแต่ละเดือน สุดยอดดีมั้ยครับ
จนถึงนาทีนี้ ผมว่าบางคนอาจจะยังนึกภาพของ Social Shopping ไม่ออก
เอาเป็นว่าผมขอเอาเว็บ Social Shopping เมืองไทยให้เพื่อนๆ ดูบ้างดีกว่า
เผื่อใครอยากจะลองเล่นดู ที่เว็บ http://www.wish.in.th/
ลองดูนะครับ แล้วใครเล่นแล้วอย่าลืมไป add projectlib ด้วย อิอิ
ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก
http://socialmediatrader.com/the-future-of-shopping-17-social-shopping-sites/
http://en.wikipedia.org/wiki/Social_shopping/
http://www.secretprices.com/myshopping/
Posted by siriporn | Under Uncategorized
Wednesday Nov 5, 2008
ปัญหาที่ผู้ประกอบการอยากรู้มากที่สุดเรื่องหนึ่ง ก็คือ เรื่องการตั้งราคาสินค้า เนื่องจากการขายของผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตนั้น แม้ว่าจะไม่มีพรมแดน เรื่องการสั่งซื้อ แต่ก็จะมีปัญหาค่าขนส่งซึ่งเมื่อบวกค่าสินค้าเข้าไปแล้ว ลูกค้าบางคนอาจจะรู้สึกว่า “ซื้อแพง” ?
เมื่อย้อนไปดูพื้นฐานของการตั้งราคาสินค้าในช่องทางการขายปกตินั้น เราคำนึงถึง 3 ปัจจัยต่อไปนี้
1. ต้นทุนการผลิตสินค้า
ตั้งแต่วัตถุดิบ การขนส่งวัตถุดิบมาเพื่อแปรรูป พัฒนาคุณภาพ บรรจุภัณฑ์ที่พร้อมจำหน่าย
2. ราคาของคู่แข่งขัน
หากสินค้าเราไม่ใช่สินค้าใหม่ถอดด้ามก็ต้องคำนึงถึงราคาของสินค้าคู่แข่งที่วางตลาดไว้ หากเทียบคุณภาพแล้ว ใกล้เคียงกัน เราก็ไม่สามารถที่จะตั้งราคาสูงกว่าเขาได้ แต่ถ้ามั่นใจว่าสินค้าเรามีคุณภาพดีกว่า เราก็สามารถที่จะทำราคาเหนือคู่แข่งด้วย ที่สำคัญต้องให้ลูกค้า หรือผู้ซื้อรู้สึกเช่นนั้นด้วย เขาจึงจะยอมจ่ายแพงกว่า
3. ค่าดำเนินการต่างๆ
ราคาสินค้าที่ผู้บริโภคคนสุดท้ายจ่ายในปัจจุบันนั้น ได้รวมถึงค่าโฆษณา ค่าฝากขาย และค่าดำเนินการต่างๆ อย่างมากมาย แม้แต่ในอินเทอร์เน็ตเอง การที่ลูกค้าใช้บัตรเครดิตซื้อสินค้าของเราบนเว็บไซต์ ธนาคารก็คิดค่าธรรมเนียม 3-5% ของราคาขายด้วย
ปัจจัยดังกล่าวนี้ ล้วนมีผลในการตั้งราคาขายสินค้าทั้งสิ้น
แต่การขายสินค้าบนอินเทอร์เน็ตนั้น สามารถลดต้นทุนในค่าดำเนินการต่างๆ ไปได้มาก เช่น ค่าเช่าสถานที่ ค่าพนักงานขาย ค่าน้ำ ค่าไฟ ดังนั้นจึงทำให้ต้นทุนส่วนนี้ สินค้าหลายประเภทจึงสามารถตั้งราคาขายได้ต่ำกว่าช่องทางการค้าปกติ
อีกประการหนึ่งการขายสินค้าบนอินเทอร์เน็ตนั้น ผู้ประกอบการ SMEs ไม่จำเป็นต้อง สต๊อกสินค้าเป็นจำนวนมาก เพราะลองทำ สินค้าตัวอย่างขึ้นมา แล้วประชาสัมพันธ์ให้คนเข้ามาดู หากสนใจจึงค่อยผลิต โดยวิธีการเหล่านี้ก็ช่วยลดต้นทุนวัตถุดิบได้มาก และเมื่อผลิตแล้วก็สามารถสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายได้ตรงจุด
อย่างไรก็ตาม หากจำหน่ายสินค้าที่จับต้องได้ (ไม่ใช่ซอฟต์แวร์ ซึ่งเมื่อผู้ซื้อชำระเงินเสร็จแล้วก็สามารถดาวน์โหลดได้ทันที-ไม่ต้องมีค่าขนส่ง) ผู้ซื้อก็ต้องจ่ายค่าขนส่งอยู่ดี ผู้ประกอบการบางรายที่คิดจะทำการค้าขายในต่างประเทศ จึงเกรงว่าหากตั้งราคาสินค้า 10 เหรียญ แต่เมื่อรวมค่าส่ง 20 เหรียญแล้ว ผู้ซื้ออาจจะลังเลไม่ซื้อสินค้านั้นก็ได้
แนวคิดการตั้งราคาบนอินเทอร์เน็ตของผู้ประกอบการในเว็บปัจจุบัน จึงแยกออกเป็น 2 แนวทาง
1. คิดราคาค่าขนส่งรวมกับราคาสินค้า
โดยหาค่าเฉลี่ยของค่าขนส่งกลุ่มเป้าหมายปลายทาง แล้วบวกรวมกับค่าสินค้า โดยแง่นี้ลูกค้าก็จะไม่รู้ค่าขนส่ง เมื่อประมาณราคาสินค้าว่าเหมาะสมกับมูลค่าที่ตนยินยอมจ่ายแล้ว เขาก็จะตัดสินใจซื้อ
2. คิดราคาค่าขนส่งแยกกับราคาสินค้า
โดยวิธีนี้ก็จะเป็นธรรมกับผู้ซื้อ เพราะหากผู้ซื้ออยู่ ทวีปเอเชียแต่ต้องจ่ายค่าขนส่ง ที่รวมกับค่าสินค้าเท่ากับ ผู้ซื้อปลายทางที่อเมริกาแล้ว เขาก็รู้สึกว่าแพงเกินไป ในกรณีเช่นนี้ผู้ขายเองก็ต้องพยายามจัดสินค้า ให้เหมาะสมกับ น้ำหนักขั้นต่ำที่บริษัทฯ ขนส่งคิด เพื่อที่ลูกค้าจะ ได้ไม่รู้สึกว่า ตนต้องรับภาระค่าขนส่ง มากเกินไป เช่น ถ้วยกาแฟเปล่าๆ น้ำหนัก 200 กรัม ราคา 3 เหรียญ แต่เสียค่าส่ง 10 เหรียญ ผู้ซื้อก็ต้องจ่ายเงินค่าสินค้า แค่ถ้วยกาแฟเปล่า ทั้งหมด 13 เหรียญ แต่หากผู้ขายจัดจานรองถ้วยกาแฟ พร้อมช้อนคน ขายเป็นชุด แม้น้ำหนักจะเพิ่มเป็น 500 กรัม ค่าสินค้าจะเพิ่มเป็น 4 เหรียญ แต่ค่าขนส่งยังคงเท่าเดิม ลูกค้าที่ซื้อชุดถ้วยกาแฟ+จานรอง+ช้อนในราคา 14 เหรียญ ก็จะรู้สึกคุ้มค่ากว่า
เรื่องเหล่านี้จึงเป็นแนวคิด ให้ผู้ประกอบการพิจารณา เพื่อตั้งราคาสินค้า แต่อย่าลืมว่า “สินค้า” บนอินเทอร์เน็ตนั้น มีอยู่มากมาย ผู้ซื้อมี โอกาสเปรียบเทียบราคาได้ตลอดเวลา บางเว็บที่มีผู้เข้าชมเป็นจำนวนมาก แต่ไม่เคยขายสินค้าได้เลย บางทีต้องหันมาพิจารณาเรื่องของ “ราคาขาย” ที่ตนตั้งเหมือนกันว่า “น่าซื้อหรือเปล่า?”
ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.bcoms.net
Posted by siriporn | Under Uncategorized
Friday Oct 24, 2008
Posted by siriporn | Under Uncategorized
Monday Oct 20, 2008
คำแนะนำเรื่องความปลอดภัยในการซื้อขายผ่านระบบออนไลน์
มั่นใจในระบบรักษาความปลอดภัยในการซื้อขาย
หากคุณรู้สึกไม่ปลอดภัยและเป็นกังวลกับระบบในการซื้อขายออนไลน์ และไม่มั่นใจกับราคาของสินค้าที่ปรากฏในเว็บไซต์ หรือคุณรู้สึกไม่สบายใจในการ สั่งซื้อสินค้าที่ต้องมีการโอนเงินทันที เราขอแนะนำให้คุณศึกษาวิธีการซื้อขายผ่านระบบออนไลน์ซึ่งได้รับการรับประกันในเรื่องความปลอดภัยในการใช้จ่าย และมั่นใจกับคุณภาพสินค้าที่ทางเราจัดจำหน่ายผ่านระบบออนไลน์
รู้เท่าทันวิธีการใช้จ่ายในการซื้อขายออนไลน์ผ่านเว็บไซต์
คุณควรศึกษาและทำความเข้าใจกับกฎเกณฑ์ ข้อกำหนดและเงื่อนไขในการซื้อขายออนไลน์ เพื่อให้ทราบถึงข้อกำหนดต่างๆ ตลอดจนเงื่อนไขในการชำระเงิน (รวมไปถึงเงื่อนไขในการรับประกันสินค้า การรับประกันความเสี่ยงในการใช้จ่าย การคืนเงิน และข้อตกลงต่างๆ) โดยทางผู้ขายจะเป็นผู้กำหนดเงื่อนไขในการซื้อสินค้าในแต่ละประเภทไว้ชัดเจน ให้คุณเลือกซื้อสินค้าผ่านระบบออนไลน์อย่างมั่นใจ
ตรวจสอบราคาให้แน่ใจก่อนเลือกซื้อ
แม้ว่าสินค้าที่ขายในระบบออนไลน์จะมีทั้งสินค้าใหม่และสินค้ามือสอง ให้ตรวจสอบราคาในท้องตลาด เปรียบเทียบราคาให้แน่ใจ ระมัดระวังในการใช้จ่ายเงินในการเลือกซื้อ โดยพิจารณาจากความน่าเชื่อถือ ความเป็นไปได้ และคุณภาพของสินค้าต่อราคา รวมทั้งตรวจสอบราคาสินค้าทุกชิ้นและตรวจสอบรายละเอียดสินค้า สินค้ารายการส่งเสริมการขายก่อนเลือกซื้อสินค้า โดยเฉพาะหากคุณทำการประมูลผ่านเว็บไซต์ประมูลสินค้า ให้คุณตรวจสอบและเปรียบเทียบราคาสินค้าจากหลายๆร้าน ทั้งร้านจำหน่ายสินค้าออนไลน์หรือร้านค้าทั่วไปก่อนเลือกซื้อสินค้าและชำระเงิน
ศึกษาเงื่อนไขและข้อกำหนดให้เข้าใจ
อ่านข้อกำหนดและเงื่อนไขที่ทางผู้จัดจำหน่ายกำหนดไว้เพื่อผลประโยชน์สูงสุดในการเลือกซื้อสินค้าของท่าน และศึกษาข้อมูล รายละเอียดของสินค้าที่ทางผู้ผลิตแจ้งไว้ในรายการสินค้า พิจารณาในการเลือกซื้อว่าควรเลือกซื้อหรือไม่ หากเป็นเว็บไซต์ที่ไม่น่าเชื่อถือคุณก็ไม่ควรซื้อสินค้าจากเว็บไซต์นั้นๆ หากคุณสนใจสินค้า คุณอาจจะต้องเข้าไปดูจากเว็บไซต์ผู้ผลิตเพื่อให้แน่ใจว่าสินค้าที่คุณจะซื้อนั้นมีราคาที่ถูกต้อง มีข้อมูลที่ถูกต้อง เพราะบางครั้งที่เว็บไซต์นำสินค้ามาจำหน่าย ทางผู้ผลิตอาจไม่ทราบเงื่อนไขที่ทางร้านตั้งไว้ อาจเกิดปัญหาเนื่องจากเงื่อนไขของเว็บไซต์ไม่ตรงกับเงื่อนไขของทางบริษัท ทั้งนี้ควรศึกษาข้อกำหนดทางกฎหมายในการเลือกซื้อสินค้าด้วย
พิจารณาข้อกำหนด ข้อตกลงในการเปลี่ยนหรือคืนสินค้าหากท่านไม่พอใจ รวมทั้งศึกษาเงื่อนไขในการจัดส่งสินค้าให้มีความปลอดภัย และเงื่อนไขการรับประกันในการจัดส่งสินค้าด้วย
หากคุณมีข้อสงสัยหรือทางเว็บไซต์ที่จำหน่ายไม่ได้แจ้งให้ทราบ ให้ท่านสอบถามทางร้านตัวแทนจำหน่ายทางอีเมล์หรือโทรศัพท์ ตามที่ระบุไว้ในเว็บไซต์ และนี่ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งในการตรวจสอบความมีตัวตนของร้านค้า การให้บริการก่อนการขายของร้านค้าก่อนเลือกซื้อสินค้าอีกด้วย
ตรวจสอบการตั้งค่าความปลอดภัยของเครือข่ายอินเตอร์เน็ต
ก่อนที่คุณจะกรอกข้อมูลส่วนตัวของคุณเพื่อเป็นหลักฐานในการซื้อสินค้า ให้คุณตรวจสอบความปลอดภัยของเครือข่ายด้วยว่าข้อมูลของคุณจะส่งไปยังร้านค้าโดยตรง และไม่มีการลักลอบขโมยข้อมูลส่วนตัวของคุณได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหมายเลขบัตรเครดิต รวมทั้งติดตั้งซอฟต์แวร์ด้านความปลอดภัย และสังเกตการณ์ทำงานของซอฟต์แวร์ด้วย
เลือกใช้วิธีการชำระเงินที่มีความปลอดภัยที่สุดในอินเตอร์เน็ต
การใช้จ่ายผ่านระบบเครดิตการ์ด
บันทึกการชำระเงินทุกครั้งที่ทำการส่งซื้อสินค้า
หลักจากคุณชำระเงินผ่านบัตรเครดิต คุณควรทำการพิมพ์เงื่อนไข ข้อกำหนด การรับประกัน รายละเอียดสินค้า ข้อมูลของผู้จัดจำหน่าย รวมทั้งอีเมล์ที่ยืนยันการสั่งซื้อ และบันทึกรายการสั่งซื้อของคุณพร้อมเลขที่การสั่งซื้อเพื่อใช้ตรวจสอบและเป็นหลักฐานในการสั่งซื้อสินค้าในแต่ละครั้ง
มั่นใจกับการรับประกันสินค้าในระหว่างการจัดส่งสินค้า
หากคุณซื้อสินค้าและต้องมีการจัดส่งสินค้าทางไปรษณีย์ สิ่งที่คุณจะลืมไม่ได้เลยก็คือความปลอดภัยและการรับประกันความเสียหายของสินค้าในระหว่างการจัดส่งสินค้า หากคุณไม่อยู่ที่บ้านหรือที่อยู่ประจำเพื่อรับสินค้า คุณควรตรวจสอบที่อยู่ในการจัดส่งให้แน่ใจ และควรกำหนดในการเซ็นรับสินค้าด้วยตัวคุณเอง หรือไม่ก็แจ้งที่อยู่ในการจัดส่งสินค้าไปที่บริษัทของคุณ
ตรวจสอบการซื้อสินค้าอย่างละเอียด
ตรวจสอบขั้นตอนในการสั่งซื้อสินค้าอย่างรอบคอบ ตั้งแต่ขั้นตอนการสั่งซื้อจนถึงขั้นตอนการรับสินค้า ให้คุณรีบติดต่อผู้จำหน่ายโดยเร็วเพื่อให้ตรวจสอบการสั่งซื้อและการจัดส่ง แจ้งให้ทราบถึงปัญหาในการซื้อสินค้า รวมทั้งสอบถามเงื่อนไขการเปลี่ยนหรือซ่อม และเก็บบันทึกจดหมายนี้ไว้เป็นหลักฐาน
คุณจะมั่นใจได้อย่างไรว่าการต่อเชื่อมเครือข่ายอินเตอร์เน็ตของคุณปลอดภัย
เว็บไซต์ที่จำหน่ายสินค้าออนไลน์ต่างก็ใช้เทคโนโลยีความปลอดภัยข้อมูลของลูกค้าและการชำระเงินด้วยระบบ Secure Sockets Layer (SSL) โดยทำการเข้ารหัสของข้อมูลที่ส่งออกไปเพื่อไม่ให้ผู้อื่นสามารถถอดรหัสได้ โดยจะมีการให้ข้อมูลบัตรเครดิตที่จำเป็นต้องมีการตรวจสอบความมีตัวตนของเจ้าของบัตรเพื่อความปลอดภัยในการชำระเงิน ข้อมูลทุกอย่างที่ส่งออกไปในเครือข่ายจะได้รับการป้องกันความปลอดภัยในรูปแบบของการเข้ารหัส ดังนั้นคุณจึงมั่นใจได้ว่าข้อมูลจะส่งตรงถึงร้านที่จำหน่าย ซึ่งปัจจุบันเว็บไซต์ส่วนใหญ่มักใช้เทคโนโลยีนี้อยู่แล้ว ซึ่งคุณสามารถตรวจสอบได้จากหน้าเว็บไซต์โดยสังเกตจากที่อยู่เว็บไซต์ ที่ถามรหัสบัตรเครดิตของคุณโดยใช้ที่อยู่เว็บไซต์ขั้นต้นด้วย “https:” แทนที่จะเป็น “http:” แบบเว็บไซต์ทั่วๆไป หากคุณพบเว็บไซต์ที่ขึ้นต้นลักษณะนี้ แสดงให้เห็นว่ามีการใช้เทคโนโลยีความปลอดภัยในเว็บไซต์
ความแตกต่างของเทคโนโลยีความปลอดภัยของเว็บไซต์ จะมีหลักการทำงานที่แตกต่างกัน โดยเทคโนโลยี Secure Electronic Transaction หรือ SET ซึ่งเทคโนโลยี SET หรือ SSL นั้นต่างก็ได้รับการออกแบบเพื่อความปลอดภัยของข้อมูลที่ส่งผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ตเช่นเดียวกัน
วิธีอื่นเพื่อให้ทราบว่าเว็บไซต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย
ในการป้องกันเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลนั้น ตัวเบราเซอร์จะต้องรองรับเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยด้วย ซึ่งเบราเซอร์ทั้ง Internet Explorer และ Netscape Navigator ต่างก็สนับสนุนเทคโนโลยีด้านความปลอดภัย คุณสามารถสังเกตได้จากไอค่อนสัญลักษณ์รูปกุญแจด้านล่างของแถบแสดงสถานะเบราเซอร์ (Netscape Navigator; – versions 4.0 หรือสูงกว่า); คุณสามารถสังเกตได้จากไอค่อนสัญลักษณ์รูปกุญแจแยกจากด้านล่างของหน้าจอ (Netscape Navigator รุ่นก่อนๆ) คุณสามารถสังเกตได้จากไอค่อนสัญลักษณ์ล็อคด้านล่างของแถบแสดงสถานะ (Microsoft Internet Explorer)
การโทรศัพท์สอบถามรายละเอียด
หากคุณสะดวกที่จะให้ข้อมูลบัตรเครดิตทางโทรศัพท์ หลายๆเว็บไซต์มีทางเลือกในการแจ้งข้อมูลบัตรเครดิตทางโทรศัพท์หากคุณไม่สะดวกในการแจ้งข้อมูลด้วยวิธีอื่น และยังสามารถสั่งซื้อสินค้าผ่านทางระบบโทรศัพท์ได้อีกด้วย หากคุณต้องการจะสั่งของและชำระเงินทางโทรศัพท์ สิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือหลักฐานการโทรศัพท์ บันทึกหมายเลขโทรศัพท์ บริษัท ชื่อ รหัสพนักงานขายที่คุณแจ้งหมายเลขบัตรเครดิต วันและเวลาที่โทรศัพท์
คุณควรให้ข้อมูลรหัสผ่านและเลขบัตรเครดิตผ่านทางเว็บไซต์ ซึ่งถือว่าได้รับความคุ้มครองด้านความปลอดภัยทั้งตัวเบราเซอร์ เครือข่าย อย่าให้หมายเลขบัตรเครดิตผ่านทางอีเมล์ เนื่องจากอีเมล์ยังใช้ระบบรักษาความปลอดภัยเรื่องบัตรเครดิตไม่ดีพอ ซึ่งอีเมล์สามารถใช้เป็น “Theft of identity” นั้นคือหากใครทราบรหัสผ่านและเข้าใช้งานอีเมล์ของคุณ ก็สามารถยืนยันความเป็นตัวตนกับธนาคารได้ไม่ยาก รวมไปถึงขโมยเลขที่บัตรเครดิตและใช้อีเมล์คุณแสดงตนในการรับบริการทางการเงินได้ ซึ่งวิธีการใช้อีเมล์นี้อาจสร้างปัญหาให้คุณได้ คุณจึงควรกระทำธุรกรรมด้านการเงินอย่างรอบคอบและระมัดระวังความปลอดภัยด้านข้อมูลส่วนตัวและระมัดระวังการให้ข้อมูลส่วนตัวของคุณให้เป็นความลับที่สุด
รหัสผ่าน
คุณเคยลองตั้งรหัสผ่านแปลกๆ บ้างไหม
หากคุณใช้รหัสผ่านเพื่อล็อคอินเข้าระบบเครือข่ายหรือคอมพิวเตอร์โดยใช้รหัสที่แตกต่างกัน บางเว็บไซต์มีเงื่อนไขในการตังรหัสผ่านสำหรับการสั่งซื้อครั้งต่อไป เป็นการเพิ่มความปลอดภัยในการสั่งซื้อแต่ละครั้งโดยจะต้องตั้งรหัสผ่านใหม่ทุกครั้งที่ทำการสั่งซื้อ และจะแจ้งรหัสผ่านใหม่เพื่อใช้ในการสั่งซื้อครั้งต่อไป คุณอาจจะต้องตั้งรหัสผ่านพิเศษสำหรับบางเว็บไซต์ เช่น เว็บไซต์ธนาคารต่างๆ
เลือกให้ถูก ตั้งให้เป็น รหัสผ่านที่จำง่ายแต่เดายาก
คุณละเลยการตั้งรหัสผ่านหรือไม่ หลายๆ คนอาจจะตั้งด้วยวันเดือนปีเกิด เลขรหัสต่างๆที่จำง่าย แต่พึงระลึกเสมอว่าหากคุณตั้งรหัสที่คุณจำง่าย ไม่ควรตั้งให้ง่ายต่อการเดา เช่นใช้ที่อยู่ บ้านเลขที่ วันเกิด หมายเลขโทรศัพท์ หรือต่างๆ ที่นึกได้ ในการตั้งรหัสผ่าน คุณควรสลับเลขเพื่อตั้งรหัสอย่างน้อย 5 ตัวอักษร 5 ตัวเลข และใช้เครื่องหมายต่างๆ เข้าช่วยให้ยากต่อการเดา วิธีง่ายๆ ในการตั้งรหัสผ่านคือสร้างรหัสจากเลขหรือข้อความที่จำง่าย โดยนำตัวแรกของแต่ละคำมาใช้ หรือนำมาจากเนื้อเพลง จากนั้นเพิ่มเครื่องหมายแปลกๆ ลงไปในรหัสผ่านด้วย เช่น “tmottobg!5″ เป็นคำที่นำอักษรตัวแรกของประโยค “Take Me Out To The Old Ball Game” จากนั้นเติมเครื่องหมายและหมายเลขเข้าไป
คุณจะจำรหัสผ่านได้อย่างไร
ห้ามจดรหัสผ่านไว้ใกล้คอมพิวเตอร์หรือสถานที่ที่ผู้อื่นคาดเดาได้ว่าเป็นเลขรหัสผ่าน หากคุณไม่อยากตั้งแล้วต้องมาจดบันทึกช่วยจำรหัสผ่าน คุณควรตั้งรหัสผ่านจากข้อความที่ชื่นชอบ เนื้อเพลงสุดโปรด และทำการเรียงลำดับอักษรให้จำง่ายหรือสลับตำแหน่งตัวเลขและตัวอักษร ดังนั้นหากผู้อื่นพบเห็นข้อความก็จะไม่สามารถเดารหัสผ่านได้
ใครที่ต้องการทราบข้อมูล รหัสผ่าน และการยืนยันตัวตน
โปรดใช้ความระมัดระวังในการใช้งานอีเมล์ โทรศัพท์ โทรสาร หรือจดหมาย หากมีผู้ร้องขอข้อมูลส่วนตัวของคุณ คุณควรพิจารณาถึงความน่าเชื่อถือและความปลอดภัย ตลอดจนเจตนาของผู้ขอข้อมูลส่วนตัวของคุณ ในการแจ้งรหัสผ่าน หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน หมายเลขบัตรประกันสังคม วันเดือนปีเกิด หมายเลขบัญชีธนาคาร หมายเลขบัตรเครดิต ชื่อคู่ครองหรือข้อมูลส่วนตัวอื่นๆ หากต้องการตรวจสอบความมีตัวตนควรติดต่อบุคคลนั้นโดยตรงเพื่อสอบถามข้อมูลในการซื้อสินค้า โทรศัพท์สอบถามหรือสนทนากับบุคคลนั้นโดยตรงยกเว้นการให้รหัสผ่าน หมายเลขบัตรเครดิตที่คุณจะต้องให้ข้อมูลผ่านระบบรักษาความปลอดภัยด้วยระบบออนไลน์ และจะต้องไม่ให้ข้อมูลกับบุคคลอื่นที่ไม่ไว้ใจทั้งการให้ข้อมูลโดยตรงและระบบออนไลน์
คุณควรให้ข้อมูลส่วนตัว หมายเลขบัตรเครดิต รหัสผ่านด้วยระบบรักษาความปลอดภัยผ่านเว็บไซต์เท่านั้น ห้ามให้ข้อมูลใดๆ ผ่านอีเมล์ เพื่อป้องกันการลักลอบขโมยข้อมูลส่วนตัวบัตรเครดิตในการสั่งซื้อสินค้า
ไวรัส
ศัตรูตัวฉกาจที่ทำลายและโจรกรรมข้อมูล
หากคุณได้รับข้อความแปลกๆที่เชิญชวนทางการค้า คุณไม่ควรเปิดไฟล์แนบในรูปแบบ exe ที่อาจส่งไวรัสหรือโปรแกรมแปลกปลอมที่แฝงเข้ามาขโมยข้อมูลของคุณโดยที่คุณไม่รู้ตัว การเปิดไฟล์อาจทำให้ข้อมูลในคอมพิวเตอร์ของคุณถูกส่งไปยังผู้ไม่หวังดีได้ คุณควรป้องกันไวรัสด้วยการติดตั้งโปรแกรมป้องกันและกำจัดไวรัสทั้งการรับไฟล์ทางอีเมล์และไวรัสที่ติดไฟล์ในคอมพิวเตอร์ โดยการใช้โปรแกรมป้องกันไวรัสช่วยปกป้องเพื่อความปลอดภัยของคอมพิวเตอร์และระบบเครือข่าย
เก็บรักษาความลับ ปกป้องข้อมูลส่วนตัวอย่างไร ความเป็นส่วนตัว
ใครที่คอยสอดส่องดูแลพฤติกรรมการซื้อขายออนไลน์ เว็บไซต์ที่จำหน่ายสินค้าออนไลน์จะต้องได้รับความคุ้มครองทางกฎหมายในส่วนของการซื้อขายออนไลน์ โดยผู้ซื้อจะต้องได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายว่าด้วยการซื้อขายสินค้าออนไลน์เช่นเดียวกัน โดยผู้ซื้อจะต้องยินยอมให้ผู้ขายเก็บข้อมูลส่วนตัวเพื่อเป็นหลักฐานและข้อมูลในการซื้อขาย โดยใช้ข้อมูลจากผู้ซื้อที่กรอกลงในเว็บไซต์ และจำหน่ายสินค้าตามใบสั่งซื้อที่ผู้ซื้อสั่งเข้ามาทางเว็บไซต์ ผู้จำหน่ายจะมีข้อมูลสินค้าที่ผู้ซื้อสั่งซื้อ รายการสินค้า เวลาที่ซื้อ และสถานที่จัดส่ง ดังนั้นผู้ขายอาจให้ข้อมูลสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์อื่นๆได้ ซึ่งจะทำให้ผู้ขายสินค้าทราบว่าผู้ซื้อต้องการสินค้าประเภทใด หากมีสินค้าใหม่หรือสินค้าที่เกี่ยวข้องและตรงกับความต้องการของผู้ซื้อ ผู้ขายจะส่งรายการส่งเสริมการขาย สินค้าใหม่ ไปยังอีเมล์ของผู้ซื้อ โดยผู้ซื้อสามารถเลือกซื้อสินค้าในราคาพิเศษ หรือผู้แทนขายอาจมีการโทรศัพท์แจ้งข้อมูลสินค้าให้ผู้ซื้อได้
จากการสำรวจพบว่าการเลือกซื้อสินค้าของผู้บริโภคส่วนใหญ่เลือกซื้อสินค้าผ่านระบบอีเล็คทรอนิคส์ที่มีความปลอดภัยและมั่นใจในการให้บริการของเว็บไซต์ โดยทางภาครัฐจะเข้ามาควบคุมเรื่องความถูกต้องของการให้ข้อมูล ความเป็นส่วนตัว และให้ความคุ้มครองผู้บริโภคในการให้ข้อมูลส่วนตัวในเว็บไซต์
หากเว็บไซต์ไม่มีการแจ้งเงื่อนไข ข้อกำหนด และความคุ้มครองความเป็นส่วนตัว คุณไม่ควรซื้อขายกับเว็บไซต์นั้น หากพบว่าเว็บไซต์ให้ข้อมูล เงื่อนไขต่างๆครบถ้วน ทำให้มั่นใจในการเลือกซื้อสินค้าออนไลน์ และยังมีการเชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของผู้ผลิต นอกจากนี้ยังมีข้อกำหนดของผู้ผลิต ผู้ขายแจ้งให้ทราบด้วย
ข้อสังเกตการแสดงเงื่อนไข นโยบายการรักษาความเป็นส่วนตัว ข้อมูลใดบ้างที่ผู้จำหน่ายร้องขอจากคุณ ผู้จำหน่ายนำข้อมูลไปใช้ในส่วนใดบ้าง คุณจะสามารถตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลได้อย่างไร และผู้จำหน่ายนำข้อมูลของคุณไปใช้จริงหรือไม่
ตรวจสอบสถานะของเว็บไซต์
เว็บไซต์ได้รับการตรวจสอบจากองค์กรอิสระใดอย่างไรบ้าง แม้ว่าคุณจะมั่นใจได้ในความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์จากบริษัท โลโก้ สัญลักษณ์ต่างๆ หรือแม้แต่ตราประทับที่ได้รับอนุญาตจากองค์กรอิสระที่คอยตรวจสอบและสอดส่อง รวมทั้งคุ้มครองกิจกรรมการซื้อขายออนไลน์ ความเป็นส่วนตัวในการชำระเงิน คุณก็ยังสามารถตรวจสอบตัวตนผู้ขายได้ด้วยตัวคุณเอง โดยองค์กรเหล่านี้จะไม่ร้องขอให้ผู้ขายสินค้าต้องส่งข้อมูลนโยบายความเป็นส่วนตัวให้ แต่จะขอรายการสินค้าที่ทางผู้จำหน่ายจำหน่ายสินค้าในเว็บไซต์เท่านั้น ซึ่งทางองค์กรอิสระนี้จะดูแลด้านธุรกรรมทางการเงิน การชำระเงินให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่ทางผู้ขายสินค้ากำหนดไว้ (และองค์กรเหล่านี้ก็สามารถช่วยคุณในการจัดระเบียบการชำระเงิน การชำระหนี้ให้เป็นไปตามระเบียบและข้อกำหนดที่ทางผู้จำหน่ายระบุไว้)
ไตร่ตรองอย่างละเอียดรอบคอบ ก่อนยืนยันกระทำการใดๆ
คุณมั่นใจกับอีเมล์ยืนยันมากน้อยเพียงใด
จากจำนวนเว็บไซต์ที่ทำธุรกรรมซื้อขายสินค้าออนไลน์ต่างก็ใช้วิธีการส่งอีเมล์เพื่อยืนยันการสั่งซื้อและชำระเงินทันทีที่ได้รับการสั่งซื้อ หากคุณใช้คอมพิวเตอร์ที่ใช้หลายคนหรืออินเตอร์เน็ตสาธารณะ คุณไม่ควรสั่งซื้อจากเว็บไซต์เนื่องจากอาจมีผู้อื่นที่ใช้คอมพิวเตอร์ร่วมกับคุณทราบรายการสินค้าที่สั่งซื้อและข้อความในการสั่งซื้อของคุณ หากคุณไม่มั่นใจในความปลอดภัยในการยืนยันการสั่งซื้อ ให้ติดต่อกับเว็บไซต์เพื่อยืนยันการสั่งซื้อ และทำการทดลองสั่งซื้อก่อนเพื่อตรวจสอบขั้นตอนในการสั่งซื้อของเว็บไซต์
คุณรู้จักร้านค้าที่จำหน่ายสินค้าดีมากน้อยเพียงใด ร้านจำหน่ายสินค้า
ความน่าเชื่อถือ ชื่อเสียง ความมั่นใจในการเลือกซื้อสินค้าจากร้านค้า
คุณมั่นใจในการเลือกซื้อสินค้าผ่านร้านค้าออนไลน์เพียงใด ตรวจสอบได้จากความน่าเชื่อถือของบริษัทที่จัดจำหน่ายสินค้า หากคุณไม่มั่นใจและไม่เคยได้ยินกิตติศัพท์ ชื่อเสียงของร้านค้า และเคยได้รับข้อความจากร้านค้าที่เป็นข้อความเชิญชวนต่างๆ ผ่านอีเมล์ที่ส่งมาหาคุณโดยที่ไม่ได้รับความยินยอมจากคุณ ให้คุณศึกษา ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของบริษัทก่อนซื้อสินค้า โดยให้คุณตรวจสอบจากข้อมูลของบริษัทจากหน่วยงานที่ลงทะเบียนและออกใบอนุญาตทำการค้าอีเล็คทรอนิคส์ เพื่อตรวจสอบบริษัทให้แน่ใจว่ามีตัวตนอยู่จริงและรับผิดชอบตลอดจนให้บริการคุณได้อย่างเต็มที่
นอกจากนี้ผู้บริโภคควรจะศึกษาการเติบโตทางธุรกิจ ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของร้านค้าได้จากหน่วยงานที่ดูแลด้านการพาณิชย์อีเล็คทรอนิคส์
สแปม-อีเมล์ขยะก่อกวนทุกรูปแบบ
หลบให้ห่าง หลีกให้ไกลสแปม
แม้ว่าอีเมล์ขยะที่ไม่ได้เชื้อเชิญขยันส่งมาหาคุณทุกวันจะมีตัวเลือกให้ถอดรายชื่ออีเมล์คุณออกเมื่อไม่ต้องการรับอีเมล์ แต่กลับกลายเป็นการตอบรับความมีตัวตนของคุณ ยิ่งไปกว่านั้นอีเมล์ขยะมหึมากลับโถมกระหน่ำส่งมาหาคุณเป็นระลอกใหญ่ หากคุณไปลบทิ้งหรือขจัดอีเมล์ กลับกลายเป็นการยินยอมให้ส่งอีเมล์มากวนใจบ่อยขึ้นไปอีก ทางที่ดีควรแจ้งให้ทางผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตทราบถึงแนวทางในการกำจัดสแปมและให้ช่วยปิดกั้นการส่งอีเมล์ขยะเหล่านี้
ความสนใจเฉพาะบุคคล
คุณต้องการทราบความคิดเห็นของบุคคลทั่วไปหรือไม่
ในเว็บไซต์ออนไลน์ที่เปิดให้มีการประมูลนั้นมีคุณสมบัติ “feedback” เพื่อให้ลูกค้าสามารถบอกเล่ารายละเอียดในการเลือกซื้อสินค้า หรือประสบการณ์ในการประมูลสินค้าของตน ก่อนที่จะประมูล ให้ลองตรวจสอบความคิดเห็นต่างๆและอ่านหมายเหตุที่ทางผู้ขายแจ้งไว้
ที่อยู่ ที่ตั้งของเว็บไซต์ คุณจะแน่ใจได้อย่างไรว่าหากสั่งซื้อสินค้าไปแล้ว พรุ่งนี้เว็บไซต์ยังเปิดให้บริการอยู่หรือไม่ หากคุณซื้อสินค้าจากร้านค้าทั่วไป เมื่อเกิดปัญหากับตัวสินค้า คุณสามารถเปลี่ยนหรือขอคืนได้จากร้านที่คุณซื้อสินค้านั้นๆ แต่ในโลกออนไลน์ คุณจะแน่ใจได้อย่างไร ซื้อไปแล้วเว็บไซต์นี้ยังเปิดให้บริการหรือปิดกิจการไปเลย ให้พิจารณาจากที่อยู่ของบริษัท ร้านค้า เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ (โปรดใช้ความระมัดระวังและรอบคอบหากบริษัทหรือร้านค้าแจ้งเพียงที่อยู่ที่ติดต่อได้ทางไปรษณีย์เท่านั้น)
การสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศ
หากคุณซื้อสินค้าจากต่างประเทศ การบริการจะเป็นอย่างไรเนื่องจากการใช้บริการซื้อสินค้าออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์ ผู้ขายมักคำนึงถึงการขายสินค้าให้กับชาวต่างชาติด้วย ดังนั้นควรตรวจสอบการใช้งานสินค้าในประเทศที่คุณนำสินค้าไปใช้ และตรวจสอบคุณสมบัติสินค้าให้ถูกต้องและสามารถใช้งานในประเทศอื่นๆ ที่คุณสั่งซื้อไปได้ รวมไปถึงเงื่อนไขการรับประกันสินค้าหากคุณนำไปใช้ที่ต่างประเทศด้วย ตรวจสอบเงื่อนไข ข้อกำหนดต่างๆให้ครบถ้วน
ความรับผิดชอบในการรับประกันสินค้า
ข้อกำหนดและเงื่อนไขของขอบเขตในการรับประกันสินค้า
ทางร้านมักจะบอกกับลูกค้าเสมอว่า หากสินค้ามีปัญหาสามารถซ่อมหรือเปลี่ยนได้ นั้นหมายถึงว่าความรับผิดชอบในการรับประกันสินค้ามีก็ต่อเมื่อสินค้ามีปัญหาหรือลูกค้าต้องการซ่อมหรือเปลี่ยนตัวใหม่เท่านั้น หากสินค้าเสียหายมาก และเกิดความเสียหายที่เกิดจากความผิดพลาดของระบบคอมพิวเตอร์คุณอาจต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมสินค้าเทียบเท่ากับมูลค่าของสินค้าก็ได้
เอกสารใดบ้างที่ควรเก็บไว้เป็นหลักฐานในการซื่อสินค้าออนไลน์
เราขอแนะนำขั้นตอนในการเก็บเอกสาร หลักฐานในการซื้อสินค้าออนไลน์เพื่อผลประโยชน์ของคุณ
– พิมพ์หน้าเว็บไซต์ที่ระบุชื่อร้านค้า เว็บไซต์ ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์
– พิมพ์หน้าเว็บไซต์ที่แสดงจำนวนรายการสินค้าที่คุณสั่งซื้อ
– พิมพ์หน้าเว็บไซต์หรือหน้าจอที่แสดงเงื่อนไข ข้อกำหนดในการซื้อสินค้า
– พิมพ์หน้าเว็บไซต์ที่แสดงข้อความอีเมล์ (เช่น อีเมล์ยืนยันการส่งซื้อ) ที่คุณได้รับจากร้านค้า รวมไปถึงข้อความที่ร้านค้าแจ้งให้ทราบถึงรายละเอียดการใช้งานต่างๆ
– รวบรวมคำแนะนำ คำตอบ ที่ได้จากการสอบถามร้านค้า
– ข้อความแสดงข้อมูล ข้อเท็จจริงในการเปลี่ยน คืนสินค้าจากได้รับจากผู้ขาย รวมไปถึงการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมอื่นๆที่ไม่เป็นธรรม รวมไปถึงอีเมล์ยืนยันและข้อความสนทนาทางโทรศัพท์กับผู้ขาย
– หากในหน้าเว็บไซต์ไม่ได้ระบุวันที่ เวลาที่พิมพ์ เวลาที่สั่งซื้อ คุณควรจะบันทึกเวลาและวันที่ไว้ด้วย
ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://websociety.biz/article/56-.html